"ไส้เลื่อน" เกิดได้ในผู้หญิงโดยเฉพาะ 40+ ไม่ใสกางเกงในมีผลไหม? มีคำตอบพร้อมอาการเตือน

"ไส้เลื่อน" เกิดได้ในผู้หญิงโดยเฉพาะ 40+ ไม่ใสกางเกงในมีผลไหม? มีคำตอบพร้อมอาการเตือน

"ไส้เลื่อน" เกิดได้ในผู้หญิงโดยเฉพาะ 40+ ไม่ใสกางเกงในมีผลไหม? มีคำตอบพร้อมอาการเตือน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ไส้เลื่อน" เกิดขึ้นในผู้หญิง เปิดสาเหตุที่แท้จริง อาการเตือนภัย และนวัตกรรมการรักษาโรคไส้เลื่อนให้หายขาดได้ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย

เชื่อว่าหลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อโบราณหรือคำบอกเล่าที่ว่า "ผู้ชายที่ไม่สวมกางเกงชั้นใน มีความเสี่ยงทำให้เป็นโรคไส้เลื่อน" จนกลายเป็นความเข้าใจผิดฝังหัวว่าโรคนี้เกิดจากการไม่ใส่กางเกงใน และมักคิดว่าเป็นโรคที่จะเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ชายเท่านั้น

ในความเป็นจริงแล้ว "โรคไส้เลื่อน" ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการสวมหรือไม่สวมกางเกงชั้นในแต่อย่างใด และที่สำคัญ ผู้หญิงก็สามารถเป็นโรคไส้เลื่อนได้เช่นเดียวกัน! วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจโรคนี้ให้ถูกต้อง พร้อมเช็กสัญญาณเตือนอันตรายที่ห้ามมองข้าม

ไส้เลื่อนคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคไส้เลื่อน คือ ภาวะที่อวัยวะภายในช่องท้อง เช่น ลำไส้ หรือไขมันในช่องท้อง เคลื่อนตัวหลุดออกมาจากตำแหน่งปกติ ผ่านบริเวณจุดอ่อนแอของผนังกล้ามเนื้อหรือเยื่อบุช่องท้อง จนดันตัวนูนออกมาให้เห็นบริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ

โดยกลไกการเกิดโรคมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ "จุดอ่อนแอ" ของผนังกล้ามเนื้อร่วมกับ "แรงดันในช่องท้องที่เพิ่มขึ้น" เช่น การยกของหนัก การไอ จามรุนแรง หรือการเบ่ง

ผู้หญิงก็เป็นได้! เช็กปัจจัยเสี่ยง "ไส้เลื่อนในผู้หญิง"

แม้โรคนี้จะพบได้บ่อยในผู้ชาย แต่ผู้หญิงโดยเฉพาะวัย 40 ปีขึ้นไปก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยปัจจัยกระตุ้นหลักๆ ได้แก่

  • แผลผ่าตัด: เช่น แผลจากการผ่าคลอดบุตร หรือการผ่าตัดช่องท้อง ทำให้ผนังกล้ามเนื้อบริเวณนั้นบางและอ่อนแอลง

  • กิจกรรมที่ใช้แรงดันช่องท้อง: การออกกำลังกายที่เกร็งหน้าท้องหนักๆ (เช่น ซิทอัพ ยกน้ำหนัก) การไอหรือจามเรื้อรัง และการยกของหนักเป็นประจำ

  • ปัจจัยทางร่างกาย: ความเสื่อมตามธรรมชาติของกล้ามเนื้อ และการตั้งครรภ์

เช็กด่วน! 3 ระยะอาการของโรคไส้เลื่อน

  • ระยะเริ่มต้น: ส่วนใหญ่ไม่มีอาการเจ็บปวด แต่อาจสังเกตเห็นก้อนนูนเล็กๆ บริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบ ซึ่งมักจะนูนชัดขึ้นเวลานั่ง ยืน หรือออกแรง

  • ระยะลุกลาม: เริ่มมีอาการปวดหน่วงๆ บริเวณที่เป็น ก้อนนูนมีขนาดใหญ่ขึ้นชัดเจน และรู้สึกแน่นอึดอัดท้อง

  • ระยะรุนแรง (อันตราย!): มีอาการปวดแสบปวดร้อน ปวดท้องรุนแรงร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน หากปล่อยทิ้งไว้เสี่ยงติดเชื้อและเป็นอันตรายถึงชีวิต ต้องรีบพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

แนวทางการรักษา: ผ่าตัดส่องกล้อง ทางเลือกใหม่แผลเล็ก ฟื้นตัวไว

ข่าวดีคือ โรคไส้เลื่อนสามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยในปัจจุบันการรักษาที่มีประสิทธิภาพและได้รับความนิยมสูงคือ "การผ่าตัดไส้เลื่อนแบบส่องกล้อง" ซึ่งมีจุดเด่นเรื่องแผลผ่าตัดขนาดเล็ก เจ็บน้อย ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ และผู้ป่วยใช้เวลาพักฟื้นรวดเร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าเดิม

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล